[Translate & Lyric : VOCALOID] Crimson Camellia & Synchronicity [THAI] + FANART
posted on 16 Dec 2009 18:38 by urielhคำเตือน : ผู้แปลไม่ได้มีความสามารถใดๆ เป็นเด็กมัธยมต้นธรรมดาๆที่ยังไม่รู้ประสีประสา
สุดแสนจะธรรมดา และอิอั๊งเป็นที่สุด=_='' มีอะไรวิจารณ์ไว้ได้นะคะ
PS.ไม่อยากให้เกิดกรณีซ้ำซาก นำคำแปลไปใช้ได้ค่ะ แต่ขอ '''เครดิต''' ด้วย
PS2.ขอเลื่อนเอนทรี่สินค้านารูโตะไปครั้งหน้าค่ะ
________________________________________________
เอนทรี่ก่อนหน้านี้..นำเสนอเกี่ยวกับเพลงSynchronicityเอาไว้ =w=V
ซึ่งก็แปลอย่างเป็นทางการแล้ว ตามคำแนะนำของแฝด *ฉันโดนเธอไซโค การี๊ดดด =[]= ~ *
ซึ่งจะขอลงพร้อมเพลงที่แปลไว้เมื่อประมาณต้นปี ไม่ก็ปลายปีก่อนล่ะวะ
เพลง 'Crimson Camellia' ของ ลูกะโวคัลลอยด์ค่ะ
ของคริมสันคาเมลเลียนี่เดี๋ยวแปะคลิปให้ด้วย
______CRIMSON CAMELLIA_________
ลิ้งค์ค่ะ (พรุ่งนี้จะมาแก้เป็นคลิปให้น่อ)
http://www.youtube.com/watch?v=eIf1E2gzYB8&feature=related
Lyric - Shig
Pruduce - Sweet Revenge
Sing - 巡音ルカ
Translate - Urielh / ให้คำปรึกษา - Kuro-Shine
Crimson Camellia
You are Crimson Camellia
เปรียบคุณคือดอกคาเมลเลีย
Before the sun is rising
ก่อนที่ดวงตะวันจะขึ้น ยามเช้าจะมาถึง
Dreamt to bloom beautifully and beautifully surely
นึกฝันยังตัวตนซึ่งเบ่งบานอย่างงดงาม และเป็นความงามสง่าอันแท้จริง
But don't bloom, withered, fell, and rotted
หากแต่เธอกลับไม่ผลิบาน มีเพียงสีแดงแต้มแต่งเป็นรอยด่าง อ่อนระโหย และจักสูญไปในที่สุด
Like a bloody fountain
ราวกับสายน้ำพุซึ่งแปดเปื้อนด้วยโลหิต
Your crimes come out
บาปในส่วนลึกซึ่งคุณปกปิดเอาไว้ มันกำลังฉายชัดออกมา
As we live, so must we die
เช่นเดียวกับการที่พวกเราจะยังคงมีชีวิตอยู่ ดังนั้นสักวันจักต้องตายลง
As you commit a crime, so must you received a punishment
เช่นเดียวกับการที่เธอล่วงล้ำไปในความชั่วช้า สักวันเธอต้องได้รับการลงโทษ
Don't accept a stupid question
อย่าตอบรับในคำถามโง่เง่าเช่นนั้น
Why, yes. ทำไมน่ะเหรอ?..ใช่
You scattered...
เธอน่ะแตกสลายไปแล้ว
* In cold blood ส่วนลึกในโลหิตอันว่างเปล่าและหนาวเหน็บ
(I was gonna desperately become beautiful for them) ตัวฉันซึ่งกำลังหมดหวังกลับกลายเป็นสิ่งสวยงามสำหรับพวกเขา
Laughed at them หัวเราะเย้ยหยันกับพวกเขา
(Still, they smiled gently to me, for me, for such me) ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังคงยิ้มอย่างอ่อนโยนให้ฉัน สำหรับฉัน เพื่อฉันอย่างแท้จริง
Don't look back อย่าได้หันกลับไปมองเบื้องหลัง
(If you say "Need a punishment", you may rot me so easy) ถ้าคุณกล่าวว่า “ต้องการบทลงโทษ” คุณคงเน่าเปื่อยได้อย่างง่ายดายเพียงเพราะฉัน
Your many friends เพื่อนของคุณหลายๆคน
(But, how will you sublime their desire instead of me) แต่..คุณจะทำให้ความปรารถนาของพวกเขามาแทนที่ความปรารถนาของฉันอย่างบริสุทธิ์ได้อย่างไร
Don't you think so คุณคิดเช่นนั้นไหม?
I am Crimson Camellia ตัวฉันคือดอกคาเมลเลียสีเลือด
Not as strong as the meaningless blood rest on my shoulders ไม่มีความหมายที่ชัดเจนพอสำหรับเลือดที่ยังชโลมอยู่บนบ่าของฉัน
That's why my body is red like a blood นั่นคือเหตุผลที่ร่างกายของฉันเต็มไปด้วยสีแดงฉานราวกับสีเลือด
That's why I know pain called "BLOOD" นั่นคือเหตุผลที่ฉันรับรู้ว่าความเจ็บปวดนั่นกล่าวขานกันว่าการหลั่งเลือด
That's why I want to lose nobody นั่นคือเหตุผลที่ฉันต้องการให้ทุกคนสาบสูญไป
You killed... คุณกำลังจะทำให้ฉันตาย...
*In cold blood ส่วนลึกในโลหิตอันว่างเปล่าและหนาวเหน็บ
(I just obeyed common sense and order for us and them) ในตอนนี้ ตัวฉันเพิ่งจะยอมรับฟังในความรู้สึกส่วนรวมและสิ่งที่ได้รับมอบหมายเพื่อพวกเราและตัวพวกเขาเอง
Laughed at them หัวเราะเย้ยหยันกับเขา
(Moreover, no one criticized me, threatened me, kill me) นอกจากนั้น ไม่มีใครสักคนพยายามที่จะด่าทอฉัน คุกคามต่อฉัน พยายามที่จะสังหารฉัน
Don't look back อย่าได้หันกลับไปมองเบื้องหลัง
(Even if you say "Wrong that you did", you don't punish me) แม้ว่าคุณกล่าวว่า สิ่งที่ฉันทำมันผิดพลาด คุณมิได้ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกลงโทษแต่อย่างใด
My many friends เพื่อนของฉันหลายๆคน
(So, you can sublime never ever) เพราะฉะนั้น คุณคงอยากจะให้ตนบริสุทธิ์ขึ้นแม้จะรู้ว่ามันไม่มีทางบริสุทธิ์ได้ตลอดกาล
"Their desire" that you say) “ความปรารถนาของพวกเขา” นั่นคือสิ่งที่คุณกล่าว
Don't you think so คุณคิดเช่นนั้นไหม?
I am Crimson Camellia ตัวฉันคือดอกคาเมลเลียสีเลือด
**If you called "EVIL" to bleed ถ้าคุณจะวิงวอนต่อจิตใต้สำนึกด้านมืดเพื่อจะสะสางความอาฆาตแค้นเหล่านั้น
That's just hypocricy นั่นคือคุณเพิ่งจะหลอกลวงตนเอง
And extremeness of fragileness และดึงจิตใต้สำนึกอันรุนแรงด้วยความเปราะบางและใกล้แตกหักของตัวคุณเอง You and I are not permitted to violate ทั้งเธอและฉันมิได้รับอนุญาตในการทำลายทุกสิ่งจนแตกสลายถึงเพียงนี้
The rule of life กฎแห่งชะตากรรมชีวิต
No not even all things ไม่มีสิ่งใดที่มั่นคงพอสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง
Wither when blooming ร่วงโรยไปยามผลิบาน
Fall when withering เสื่อมเสียยามถูกประเมินอย่างด้อยค่า
Rot when falling เน่าเปื่อยยามร่วงโรย
Bud when rotting เริ่มผลิบานยามสูญสิ้นไป
Crimson blood หยาดโลหิตสีแดงฉาน
(As we are born, so they bud เช่นเดียวกับการที่พวกเราได้กำเนิด ดังนั้น พวกเราจักต้องผลิบาน
As we grow, so they are swelling) เช่นเดียวกับการที่พวกเราได้เติบใหญ่ ดังนั้น พวกเราจักต้องเติบโตมากยิ่งขึ้นอีก
Crimson blood กองเลือดสีแดงข้น
(As we grown up, so they bloom เช่นเดียวกับการที่พวกเราได้เติบใหญ่ ดังนั้น พวกเราจักต้องผลิบาน
As we grow old, so they wither) เช่นเดียวกับการที่พวกเราได้เติบใหญ่จนใกล้แตกสลาย ดังนั้น พวกเราจักต้องร่วงโรยไปในที่สุด
Crimson blood กองเลือดสีแดงฉาน
(As we pass out, so they fall เช่นเดียวกับการที่พวกเราพ้นผ่านทุกสิ่งไปได้ ดังนั้น พวกเราจักต้องล้มลง
As we die, so they rot) เช่นเดียวกับการที่พวกเราแตกสลายไป ดังนั้น พวกเราจักต้องเน่าเปื่อยไปในที่สุด
Crimson blood กองเลือดสีแดงฉาน
(We repeat this การกลับมาใหม่ของพวกเรา..สิ่งนั้นมันกำลังซ้ำร้อย
They repeat this too พวกเขากำลังกลับมาใหม่..พวกเขากำลังจะเผชิญสิ่งเหล่านั้นเฉกเช่นเรา
So, I have taken one flower name) ดังนั้น..ฉันได้ตระหนักถึงความน่าหลงใหลของนามในหนึ่งบุปผา
Crimson blood กองเลือดสีแดงข้น
(As we are born, so they bud เช่นเดียวกับการที่พวกเราได้กำเนิดขึ้น ดังนั้น พวกเราจักต้องผลิบาน
As we grow, so they are swelling) เช่นเดียวกับการที่พวกเราได้เติบใหญ่ ดังนั้น พวกเราจักต้องเติบโตมากยิ่งขึ้นอีก
Crimson blood หยาดโลหิตสีแดงฉาน
(As we grown up, so they bloom เช่นเดียวกับการที่พวกเราได้เติบใหญ่ ดังนั้น พวกเราจักต้องผลิบาน
As we grow old, so they wither) เช่นเดียวกับการที่พวกเราได้เติบใหญ่จนใกล้แตกสลาย ดังนั้น พวกเราจักต้องร่วงโรยไปในที่สุด
Crimson blood กองเลือดสีแดงฉาน
(As we pass out, so they fall เช่นเดียวกับการที่พวกเราพ้นผ่านทุกสิ่งทุกอย่างไปได้ ดังนั้น พวกเราจักต้องล้มลง
As we die, so they rot) เช่นเดียวกับการที่พวกเราแตกสลายไป ดังนั้น พวกเราจักต้องเน่าเปื่อยไปในตอนสุดท้าย
Crimson Camellia เจ้าดอกคาเมลเลียสีเลือดเอย
(Can bud with them again some other time สามารถผลิบานไปกับพวกเขาเหล่านั้นได้อีกครั้งในทุกๆยาม
Please bloom together then) ได้โปรดผลิบานไปพร้อมๆกันในยามนั้นเถิด
My name is... ชื่อของฉันคือ...
______________________________________- [PS.ชอบท่อนMy name is มากมาย..]
แอบแถมให้สำหรับเพลงคริมสันคาเมลเลียนะคะ
เป็นรูปแฟนอาร์ทจากฝาแฝดสุดรักที่วาดกันเล่นโปรเจ็คท์นี้ ฮ่าๆ
BY : Kuro-Shine
แท่แด้~ ด้านซ้ายเป็นมาสคอทเรา ด้านขวาเป็นมาสคอทแฝดน่อ ~
ต่อมา เป็นเพลงเล็นเก็บสร้อยหรือ Synchronicity ค่า ~
______________Synchronicity_______________
คลิปเพลงย้อนดูได้ที่เอนทรี่ก่อนหน้านี้นะคะ ^^
เนื้อเพลงที่จะลงเป็นแบบแปลอังกฤษแล้ว แล้วเรานำมาแปลแบบไทยอีกทีค่ะ
TRANSLATE BY URIELH
[Rin]
At the end of the virtual paradise ณ จุดสิ้นสุดแห่งภาพฝันเสมือนจริง
Deep, deep in the bottom of the earth ลึกลงไปในก้นบึ้งแห่งโลกันตร์
I was fated to sing the song of prayer all alone คือตัวฉันที่ต้องแบกรับโชคชะตาขับกล่อมบทเพลงภาวนาตลอดมาเพียงลำพัง
From the past that had nowhere to go จากอดีตนั่นที่ไร้ที่มาที่ไป
I weave voices that are going round and round ตัวฉันได้ประสานเสียงเป็นเวลาตลอดมา
At the edge of the repeating history ณ ระยะเวลาสุดท้ายของการซ้ำรอยแห่งประวัติศาสตร์
I dedicate myself to the fate
ฉันได้อุทิศตนเองตลอดมาเพื่อโชคชะตา
Not knowing anything, I've been continuously singing ไม่ได้รับรู้ถึงสิ่งอื่นใด เพราะตัวฉันได้เพียงแต่ขับขานบทเพลงตลอดมา
For the whole of my life สำหรับทั้งช่วงชีวิตของตัวฉัน
A song for the sun, a song for rain บทเพลงสำหรับดวงตะวัน บทเพลงสำหรับสายฝนพรำ
A gentle requiem บทเพลงส่งวิญญาณอันอ่อนโยน
At the end of the road to the paradise ณ จุดสิ้นสุดของเส้นทางสู่สรวงสวรรค์
Warm hands were offered ฝ่ามืออันอบอุ่นนั่นได้ส่งมาทางตัวฉัน
But couldn't reach me หากแต่มันไม่สามารถมาถึงตัวของฉันได้
[Miku]
[Sing forever...จงขับขานตลอดกาล]
[Rin]
At the distorted depth of the dying world ณ ส่วนลึกแห่งโลกันตร์อันผิดเพี้ยนซึ่งจวนเจียนจะดับสูญ
I was fated to sing the song of prayer คือตัวฉันที่ต้องแบกรับโชคชะตาขับกล่อมบทเพลงภาวนาตลอดมาเพียงลำพัง
With the gentle voice ด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยน
That sleeps in the forgotten past หลับใหลในห้วงลึกแห่งอดีตซึ่งถูกหลงลืม
As I change my despair to a smile ตั้งแต่ตัวฉันสิ้นหวังต่อการแย้มยิ้มอีกต่อไป
I sink to the bottom of tears ตัวฉันได้จมลึกลงไปยังห้วงแห่งหยาดน้ำตา
[Len]
At the end of the desperate paradise ณ จุดจบแห่งภาพฝันอันแสนสิ้นหวัง
I seek the lost voice ฉันพยายามเค้นน้ำเสียงที่เริ่มสูญหาย
I was fated to wander ตัวของฉันยังคงเคลื่อนไหวไปตามห้วงทำนองแห่งชะตากรรม
Road to Road, further and further awayผ่านสรรพสิ่งรอบกาย ผ่านเส้นทางอันแสนยาวไกล
In the shadow of the closed history ในเงามืดแห่งเรื่องราวที่กำลังจะปิดฉากลง
I long for the stolen days ฉันมีชีวิตอยู่มาเป็นเวลายาวนานเพื่อตามหาวันเวลาที่สูญหายไป
The voice that echoes in the depth of my heart น้ำเสียงนั่นก้องกังวานอยู่ในส่วนลึกของจิตใจของฉัน
Is agonized by suffering มันเต็มไปด้วยความทรมานจนราวกับตัวฉันปวดร้าวตามไปด้วย
My wish doesn't reach to คำอฐิษฐานของฉันไม่สามารถส่งไปถึงผู้ใด
The everlasting paradise สรวงสวรรค์อันตั้งตระหงัดไปชั่วกัลปาวสาน
It is distorted with voices ราวกับภาพของมันนั้นบิดเบี้ยวไปด้วยน้ำเสียงนั่น
And keep vanishing away และกักเก็บเอาไว้ในส่วนลึกจนทั้งหมดนั่นค่อยๆสูญสิ้นไป
I wanna make sure ฉันอยากที่จะมั่นใจได้
The sound of your warmth with my hands, ว่าน้ำเสียงอันอบอุ่นของเธอได้ราวกับอยู่ ณ ฝ่ามือของฉัน
Not hesitate to get hurt ฉันไม่หวั่นเกรงที่จะรู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป
[Rin][Len]
I will fight...ฉันจะลุกขึ้นและต่อสู้อีกครั้ง
I'll take the life of the roaring voice ฉันจะนำทั้งหมดของจิตวิญญาณแปรเป็นเสียงอันกึกก้อง
Let it write and sleep to the end of the world จงจารึกและหลับใหล ณ ยามที่จุดจบแห่งโลกนี้มาถึง
If I can't reach you after dissolving light, ถ้าตัวฉันไม่สามารถไปถึงตัวเธอได้ก่อนที่แสงสว่างจะเลือนลางหายไป
Then I'll just finish off this artificial paradise ฉันจะทำลายทุกอย่างทิ้งซะ และสร้างสรวงสวรรค์แห่งใหม่ขึ้น
With my own hands ด้วยมือทั้งสองข้างของฉันเอง
Please sing...ได้โปรดขับขานอีกครั้ง
I pray to protect for the bright world ฉันภาวนาเพื่อปกป้องโลกอันสว่างไสวแห่งนี้
Where everyone can smile ที่ๆทุกๆคนสามารถแย้มรอยยิ้มได้อีกครา
(I fight to to put an end
I saw you crying alone)(ฉันต่อสู้เพื่อหยุดยั้งจุดจบ เพราะฉันเห็นเธอร้องไห้เพียงลำพังตลอดมา)
A song of hope of light to tomorrow บทเพลงแห่งความหวังและแสงสว่างแรกแห่งรุ่งอรุณ
Giving my life to it, I sing vigorously โปรดมอบชีวิตและจิตวิญญาณให้แก่บทเพลงนั้น ฉันจะขับขานมันอีกครั้งอย่างเข้มแข็ง
Let my voice float with wind till I die...โปรดทำให้น้ำเสียงของฉันล่องลอยออกไปตามสายลมตราบวันที่ฉันจะสิ้นลมหายใจ
(A song of despair of shadow to bury the past
Your existance stolen from me, your voice ceases
A sink for the never-ending rain till I die...)(บทเพลงแห่งความสิ้นหวังและเงาแห่งความตายในอดีตตัวเธอมีชีวิตอยู่อย่างหลบซ่อนจากตัวฉัน น้ำเสียงของเธอนั่นสิ้นสุดลงจงจมลึกลงสู่สายฝนอันไม่มีวันซาลงกระทั่งตัวฉันหมดลมหายใจ)
[Rin]
All voices encounter light and lead to shadow น้ำเสียงทั้งหมดนั้นได้ปะทะกับแสงสว่างและนำพาเงาแห่งความมืด
As the repeating history เช่นเดียวกับประวัติศาสตร์ที่กำลังซ้ำรอยในยามนี้
[Len]
The thumping sound of the infinite world resounds ถ้อยคำหลอกลวงบนโลกนี้ยังไม่สิ้นสุดไปและจะยังดังกึกก้อง
To declare the end ราวกับจะประกาศถึงจุดอวสาน
All lives end and grow back ทั้งหมดของชีวิตในยามสุดท้ายและความมืดที่กำลังเติบโตขึ้น
[Rin][Len]
Again in paradise of light and shadow อีกครั้งในสรวงสวรรค์แห่งแสงสว่างและความมืด
Let my wish reach there...โปรดทำให้คำอฐิษฐานของฉันไปถึงที่แห่งนั้นด้วยเทอญ_____________________________________________________________________
มีการแต่งในบางประโยคส่วนหนึ่งเพื่อใช้ประกอบอารมณ์(?)นะคะ ฮ่าๆ มีเนื้อเพลงจะให้แปลก็โยนลิ้งค์ไว้ได้ค่ะ
_______________________________________________________
สำหรับวันนี้ ขอลาไปอ่านหนังสือสอบก่อนนะคะ ~ /OTL
edit @ 16 Dec 2009 19:11:13 by Urielh * Koe :)
edit @ 16 Dec 2009 19:21:40 by Urielh * Koe :)
edit @ 16 Dec 2009 19:40:13 by Urielh * Koe :)